| สำหรับโรคอัลไซเมอร์ นั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดแผ่นแป้งในสมองที่เรียกว่า amloidplaques ในสมอง อย่างไรก็ดี นักวิจัยพบว่า ขมิ้นสามารถ
ลดแผ่นดังกล่าวลงได้ราวครึ่งหนึ่ง และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ อีก เช่น ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยต่อสู้การติดเชื้อ และ ป้องกันโรคหัวใจ สารเคมีในขมิ้นจะช่วยลดอาหารอักเสบของเนื้อเยื่อในสมองที่เป็นผลมาจากโรคอัลไซเมอร์ด้วย
โดยจะมีประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กับยา ibuprofen
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาพบว่าขมิ้นสามารถช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย
หากเปรียบเทียบอินเดียที่มีการรับประทานมากกว่าประเทศอื่น
ๆ แล้ว จะพบว่าประชากรในอินเดียที่มีอายุเกินกว่า
65 ปี หลายหมู่บ้านของอินเดีย เป็นโรคอัลไซเมอร์เพียง
1 % เท่านั้น
ดังนั้นเราคนไทยที่คุ้นเคยกับ "ขมิ้น" มานาน แล้ว จะรอช้าอยู่ใย รีบมาทำ ความรู้จัก ถึง สรรพคุณ ที่หลากหลาย เพื่อวันไหน มีโอกาส ได้กินขมิ้น อย่างน้อยจะได้รู้ว่า ขมิ้นนั้น มี ประโยชน์อย่างไร "ขมิ้น" หรือ ขมิ้นชัน หรือ ขมิ้นหัว หรือ ขมิ้นแกง หรือ ขี้มิน เป็นสมุนไพรประเภทพืชวัตถุ
มีเหง้าสีเหลือง อมส้ม นิยมให้เหง้าแก่จัดทั้งสดและแห้ง ส่วนใหญ่ เป็นพืชผักสวนครัว ประเภทพืชล้มลุก มีเหง้า หรือ หัวอยู่ใต้ดิน เนื้อในมีสี
เหลืองแก่ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ออกดอกเป็นช่อ ขมิ้นชอบอากาศร้อน ปลูกได้ในดินทั่ว ๆ ไป
ขมิ้นเป็นยาสมุนไพรที่สารพัดประโยชน์นอกจากใช้เป็นอาหารแล้ว ยังสามารถใช้เป็นสีย้อมผ้า หรื อยา โดยขมิ้นนั้นมีสารเคอร์คิวมิน (curcumin) และน้ำมั้นหอมระเหย เป็นองค์ประกอบ หลักที่ให้สรรพคุณทางยา สีเหลืองส้มของขมิ้นที่ใช้เป็นสีย้อมได้ดี ก็ได้จากสารสีชื่อ เคอร์คิวมิน
คนไทยนิยมใช้เหง้าขมิ้นในการแต่งกลิ่น และสีในอาหารโดยเฉพาะอาหารปักษ์ใต้
เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา ไก่ทอดขมิ้น เป็นต้น
ใบขมิ้นหั่นฝอย ยังกินเป็นผักแกล้มกับข้าวยำของคนใต้เช่นกัน
ขมิ้นขาว ที่นิยมกินเป็นผักสดกับไส้กรอก อีสาน
หรือน้ำพริกหลายชนิด ซึ่งมีสารอาหารสำคัญคือ ธาตุฟอสฟอรัส
ซึ่งทำงานร่วมกับแคลเซียมในการเสริมสร้างความ
แข็งแรงของ กระดูก และธาตุเหล็กช่วยบำรุงโลหิต
ผงกระหรี่ (curry powder) ที่เรารู้จักกันดีเป็นเครื่องเทศชูรสกลิ่นของอาหารอินเดีย
โดยเฉพาะแกงกระหรี่นั้นก็ทำมาจากขมิ้นเช่นเดียวกัน
การวิจัยปัจจุบันยังยืนยันถึงสรรพคุณมากมายของขมิ้น
ตามความเชื่อของคนโบราณ ทั้งยังค้นพบคุณสมบัติใหม่
ๆ ของขมิ้นเช่น ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ
มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียช่วยต้านมะเร็ง และแผลในกระเพาะอาหาร
เป็นต้น
มีการศึกษาพบว่า หากให้รับประทานขมิ้นพร้อมกับ อาหารจะช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ และยังทำลาย ไวรัสที่ปนเปื้อนมากับอาหารได้ การกินอาหารที่ใส่ขมิ้น จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากจะ ใช้ แต่งกลิ่นสีให้อาหารเท่านั้น
เนื่องจากเหง้าขมิ้นมีสารที่ยับยั้งการหลั่งของกรด จึงใช้ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟื้อ และยังช่วยเจริญอาหารด้วย
ขมิ้นยังมีผลดีต่อผิวหนัง คือ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้อาการผื่นคัน รักษากลากเกลื้อน รักษาแผลสด ระงับเชื้อ รักษาพิษโลหิตและเสมหะ ทั้งนี้ยังใช้ขับระดูสำหรับสตรีที่มีกลิ่นเหม็น และมีเลือดจับกันเป็นก้อนสีดำ จะช่วยละลายให้เลือดแตกเป็นลิ่ม ๆ ออกมา แก้บิดเป็นมูกเลือด แก้น้ำดีพิการ
ช่วยขับลมให้ผายออกมาทางทวารหนัก หรือ ให้เรอออกมาทางปาก ฝนขมิ้นแล้วหยอดตา แก้อาการตาแดง ตาเปียกแฉะ มีขี้ตาเป็นประจำในฤดูแล้ง นอกจากแก้โรคแผลในลำไส ้และกระเพาะแล้วยังแก้ธาตุพิการ ท้องร่วงด้วย
ถ้าหากมีอาการของไข้หวัด ขมิ้นก็สามารถใช้ดมแก้หวัด
ขับเสมหะในลำคอ ผสมสมุนไพรอย่างอื่น ๆ เป็นยาคุมธาตุ
แถมยังแก้อาการฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย ด้วยการเอาหัวสด
ๆ มาตำพอกบรรเทาอาการอักเสบและเคล็ดขัดยอกไว้ด้วย
นอกจากนี้ขมิ้นยังมีฤทธิ์ต้านวัณโรค แก้อาการไม่สบาย
ลดไข้ รักษาไข้ผอมเหลือง บรรเทาอาการวิงเวียน
ดมแก้หวัด ระงับอาการชัก รักษาฟัน แก้หญิงที่ตกโลหิต
รักษาอาการโลหิตออกทางทวารหนักและเบา
|